Facebook_Fan_Page_logo.png

member.png
gazette_1.png
book.png
regis.png
fun.png

ASPID.png

ออนไลน์ในขณะนี้ 10 คน
สถิติผู้เข้าชม
             
บทสรุป Workshop on National Immunization Program and Vaccine Coverage in ASEAN Countries


ผลการประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่อง National Immunization Program and Vaccine coverage in ASEAN countries ซึ่งประกอบด้วยผู้เช้าร่วมประชุมจาก 9 ประเทศได้แก่ กัมพูชา อินโดนิเชีย ลาวมาเลเซีย เมียนมา ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนามสรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้

1. โปรแกรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของประเทศในอาเซียนโปรแกรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันระดับชาติของแต่ละประเทศเริ่มต้นในช่วงเวลาที่แตกต่างกันดังต่อไปนี้ปี ค.ศ. 1863 และทศวรรษ 1950 สิงคโปร์และมาเลเซียเริ่มการให้วัคซีนป้องกันฝีดาษปี ค.ศ. 1976 ฟิลิปปินส์เริ่ม (Expanded program of immunization) ในเด็กและทารกอายุต่ำกว่า 8 ปีปี ค.ศ. 1981 เวียดนามเริ่มการให้วัคซีนโดยเป็นการรณรงค์เฉพาะในบริเวณที่มีการระบาดของโรคโดยวัคซีนที่ได้รับจากการบริจาคได้แก่วัคซีนไข้หวัดใหญ่ โปลิโอ คอตีบ และไทฟอยด์
ปี ค.ศ. 1986 กัมพูชาเริ่มให้วัคซีนพื้นฐาน 6 ชนิดในบางส่วนของประเทศและครอบคลุมทั้งประเทศในปลายปี ค.ศ. 1988โปรแกรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันของแต่ละประเทศมีความแตกต่างกันตามระบาดวิทยาของโรค ภาระโรค ความคุ้มค่าเมื่อเปรียบเทียบกับประสิทธิภาพของวัคซีนบนพื้นฐานของหลักฐานเชิงประจักษ์ (evidence base) บางประเทศได้รับการสนับสนุนจากองค์กรภายนอกเช่น องค์การอนามัยโลก กองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (UNICEF)GAVI (The global alliance for vaccine and immunizations) เป็นหน่วยงานภายนอกประเทศที่จัดสรรวัคซีนให้ประเทศกำ ลังพัฒนาที่มีรายได้ประชาชาติน้อยแต่มีความจำ เป็นต้องได้รับวัคซีนที่มีราคาสูงสำ หรับตารางการให้วัคซีนพื้นฐานของประเทศในอาเซียนสรุปได้ ดังตาราง

dsdsfsdf.JPG

werwer.JPG

2. ความสำเร็จในการควบคุมโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน

  • โรคโปลิโอถูกกำจัดไปจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
  • กัมพูชาไม่พบผู้ป่วยโรคหัดตั้งแต่ปี ค.ศ. 2011 หลังการรณรงค์กวาดล้างหัด
  • เมียนมาร์ไม่พบผู้ป่วยบาดทะยักในมารดาและทารกตั้งแต่ปี ค.ศ. 2010
  • ไทยเป็นผู้นำในการเริ่มให้วัคซีนไข้หวัดใหญ่ในผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงในภูมิภาค


3. ปัญหา อุปสรรค ความท้าทายในการให้บริการวัคซีน

  • ปัญหาความครอบคลุมของวัคซีนไม่ทั่วถึงโดยเฉพาะในบริเวณชนบทห่างไกล กลุ่มประชากรที่อัตราการเคลื่อนย้ายสูงเช่น กลุ่มแรงงานต่างชาติ ผู้อพยพ บริเวณที่มีปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองหรือสงคราม เช่น 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย ลักษณะทางภูมิศาสตร์ของประเทศมีลักษณะเป็นเกาะ เช่น อินโดนิเชียทำ ให้เกิดความยากลำ บากในการเข้าถึงวัคซีน
  • ปัญหาคุณภาพของวัคซีน เช่น ปัญหาการควบคุมคุณภาพระบบลูกโซ่ความเย็น
  • ปัญหาไม่สามารถเช้าถึงวัคซีนทางเลือกเนื่องจากวัคซีนมีราคาแพง
  • ปัญหากลุ่มต่อต้านวัคซีน โดยเฉพาะในประเทศอินโดนิเชีย
  • ปัญหาการเปลี่ยนแปลงทางระบาดวิทยา การเกิดโรคอุบัติใหม่ อุบัติซ้ำทำให้ขาดความต่อเนื่องในการรักษาอัตราความครอบคลุมของวัคซีนในประเทศมาเลเซีย
  • ปัญหาความครอบคลุมวัคซีนลดลงหลังจากเกิดการเสียชีวิตของทารกหลังได้รับวัคซีนตับอักเสบบีในประเทศเวียดนาม
  • ความท้าทายในการเข้าถึงบริการสร้างเสริมสุขภาพอย่างเท่าเทียมโดยเฉพาะในประชากรกลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดโรครุนแรง
  • ความท้าทายในการนำวัคซีนใหม่เข้าสู่ตารางวัคซีนพื้นฐานในแต่ละประเทศ รวมถึงการพัฒนาตารางวัคซีนให้ทันสมัย
  • ความท้าทายในการติดตามประสิทธิภาพและการเฝ้าระวังความปลอดภัยของวัคซีนในประเทศสิงคโปร์ ตัวอย่างเช่น การลดลงของภูมิคุ้มกันจากวัคซีนไอกรนชนิดไร้เซลเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรค

4. การแก้ไขปัญหาในการบริหารจัดการวัคซีน
  • ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และผู้นำ ทางศาสนาเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มความครอบคลุมวัคซีน
  • เพิ่มความเชื่อมโยงระหว่างชุมชนและศูนย์บริการสาธารณสุขเพื่อความสำเร็จในการเข้าถึงบริการอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม
  • ปรับปรุงระบบลูกโซ่ความเย็น รวมถึงอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องให้เพียงพอและได้มาตรฐาน
  • ปรับปรุงระบบเฝ้าระวังโรค การรายงานผลข้างเคียงจากวัคซีนให้มีประสิทธิภาพ
  • มีการนำ ร่องและการศึกษาประสิทธิภาพและความคุ้มค่าของวัคซีนใหม่โดยนำ ข้อมูลที่ได้ไปปรับปรุงตารางวัคซีนพื้นฐานให้เหมาะสมในแต่ละพื้นที่
  • การใช้สื่อสารมวลชนและเทคโนโลยีในการประชาสัมพันธ์และให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ประชาชนเพื่อลดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนโดยเฉพาะในกลุ่มผู้ต่อต้านการให้วัคซีน
  • การรวมกลุ่มของประเทศในอาเซียนเพื่อกำ หนดราคาวัคซีนเนื่องจากในปัจจุบันบริษัทผู้ผลิตวัคซีนมีการจำหน่ายวัคซีนแต่ละประเทศในราคาที่แตกต่างกัน
  • การพิสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิตหลังได้รับวัคซีนว่าไม่มีความเกี่ยวข้องกับวัคซีนเพื่อลดความตื่นตระหนกของประชาชน ส่งผลให้รักษาอัตราการครอบคลุมของวัคซีนได้
  • ออกกฎหมายให้การบริการวัคซีนให้เป็นสิทธิชั้นพื้นฐานที่รัฐบาลต้องให้การดูแลและสนับสนุนเช่นเดียวกับในประเทศฟิลิปปินส์

w3.jpg w4.jpg

สรุป
การประชุมครั้งนี้เป็นการระดมสมอง แลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อแก้ปัญหาและหาแนวทางที่เหมาะสมในการพัฒนาคุณภาพในการให้บริการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นตามบริบทของแต่ละประเทศ โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการลดหรือกำจัดโรคที่สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีนให้หมดไป เพื่อให้ประชากรในภูมิภาคอาเซียนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในอนาคต
ไฟล์แนบบทความ
 Download [272 kb]
[กลับไป]