Facebook_Fan_Page_logo.png

member.png
gazette_1.png
book.png
regis.png
fun.png

ASPID.png

ออนไลน์ในขณะนี้ 8 คน
สถิติผู้เข้าชม
             
ป้องกันก่อน มั่นใจกว่า กับไวรัสโรต้า


เมื่อใดที่เด็กมีอาการ “ถ่ายเหลว” เป็นน้ำมากถึง 7-8 ครั้งต่อวัน พร้อมกับ “อาเจียน” มากถึง 7-8 ครั้งต่อวัน และ “มีไข้” ที่อาจสูงถึง 39 องศาเซลเซียส อาจนำไปสู่ภาวะขาดน้ำรุนแรง จนต้องเข้าโรงพยาบาลเพื่อนอนพักรักษาตัว ซึ่งทั้ง 3 อาการที่เกิดขึ้นนี้ เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเด็กอาจติดเชื้อไวรัสโรต้า

รู้ทันอันตราย...จากไวรัสโรต้า

ทราบไหมว่า มากกว่าร้อยละ 50 ของทารกและเด็กเล็กในประเทศไทย ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลด้วยโรคท้องร่วงที่เกิดจากเชื้อไวรัสโรต้า เนื่องจากมีอาการถ่ายเหลวและอาเจียนอย่างหนัก จนเกิดภาวะขาดน้ำ คือมีอาการกระหายน้ำ เซื่องซึม เบ้าตาลึก ปากและลิ้นแห้ง ผิวแห้ง ปัสสาวะน้อยลง เด็กทุกคนมีโอกาสติดเชื้อโรต้าอย่างน้อย 1 ครั้งก่อนอายุ 5 ขวบ ช่วงที่เสี่ยงต่อการเกิดอาการรุนแรงที่สุด คือ วัย 6 เดือน - 2 ปี โดยเด็กอาจติดเชื้อได้หลายครั้ง แต่การเป็นครั้งแรกจะรุนแรงที่สุด โดยเฉพาะในเด็กเล็ก อีกทั้งเชื้อโรต้านี้อยู่ได้ทุกที่ มีชีวิตหลายวัน พบเชื้อได้ตลอดปี เชื้อโรต้าติดต่อได้ง่ายจากสัมผัสเชื้อที่อาจปนเปื้อนมากับน้ำ อาหาร สิ่งของ ของเล่น เมื่อเด็กนำมือเข้าปาก ก็สามารถติดเชื้อได้แล้ว เชื้อแพร่กระจายเร็ว โดยเฉพาะสถานรับเลี้ยงเด็ก หรือที่ที่มีเด็กมาก เชื้อโรต้ามีความทนทาน ไม่อาจใช้น้ำยาฆ่าเชื้อทำลายได้และไม่มียารักษาโดยเฉพาะ จึงเป็นเพียงรักษาตามอาการเท่านั้น เช่น ให้น้ำเกลือแร่ ORS ยาแก้อาเจียนและยาลดอาการถ่ายเหลว เพื่อไม่ให้เกิดภาวะขาดน้ำจนเกิดอันตราย

ป้องกันให้ลูกก่อน เพื่อแม่มั่นใจกว่า

เพราะหากลูกติดเชื้อโรต้าและต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล ทำให้คุณแม่มีความกังวล เสียเวลาหรือต้องลางาน และเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ส่วนการรักษาความสะอาดของเล่นของใช้ตลอดจนสถานที่ที่ลูกเล่น หรือให้รับประทานนมแม่ สามารถป้องกันโรคได้เพียงบางส่วน การให้วัคซีนป้องกันไวรัสโรต้าแก่เด็กถือเป็นวิธีป้องกันโรคที่ดีที่สุดในปัจจุบัน สามารถลดความรุนแรงของโรค และลดการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล    วัคซีนโรต้ามี 2 ชนิดคือ ชนิดที่ผสมกันระหว่างเชื้อไวรัสโรต้าในคนกับเชื้อไวรัสในวัว และชนิดที่สองเป็นวัคซีนที่ผลิตมาจากเชื้อไวรัสโรต้าในคนโดยตรง 

     วัคซีนชนิดที่ผสมกันระหว่างเชื้อไวรัสโรต้าในคนกับเชื้อไวรัสในวัว ต้องรับประทานให้ครบ 3 ครั้งที่อายุ 2,4 และ 6 เดือน จึงจะให้ผลในการป้องกันโรคเต็มที่หลังอายุ 6 เดือน 

     วัคซีน ชนิดที่ผลิตมาจากเชื้อไวรัสโรต้าในคน โดยทำให้เชื้ออ่อนกำลังลง เพื่อไม่สามารถก่อโรคได้ เมื่อรับประทานแล้วเชื้อสามารถแบ่งตัวเพิ่มจำนวนในลำไส้ เป็นการเลียนแบบการติดเชื้อโดยธรรมชาติ โดยรับประทานเพียง 2 ครั้งที่อายุ 2 และ 4 เดือน ให้ผลในการป้องกันโรคได้เร็วตั้งแต่วัย 4 เดือน ช่วยให้คุณแม่มั่นใจได้มากขึ้น สบายใจได้มากกว่า เพราะเด็กได้รับการป้องกันเร็วตั้งแต่อายุ 4 เดือน ประกอบกับเด็กมีโอกาสติดเชื้อได้ตั้งแต่อายุยังน้อย จึงช่วยลดความกังวลใจของพ่อแม่ที่ต้องเฝ้าระวังการติดเชื้อได้อีกทางหนึ่ง 

บทความโดย นพ.พรเทพ สวนดอก กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาโรคติดเชื้อ โรงพยาบาลกรุงเทพ

[กลับไป]